10 ข้อน่ารู้ก่อนศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล vs แมนฯยูฯ ดวลแข้งแย่งจ่าฝูง

การแข่งขันฟุตบอลในยุคโควิดกร่อยไปเยอะ เพราะแฟน ๆ ไม่สาม
อ่านข่าวต้นฉบับ: 10 ข้อน่ารู้ก่อนศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล vs แมนฯยูฯ ดวลแข้งแย่งจ่าฝูง

การแข่งขันฟุตบอลในยุคโควิดกร่อยไปเยอะ เพราะแฟน ๆ ไม่สามารถเข้าชมในสนามได้ อีกทั้งเหตุผลเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่สโมสรฟุตบอลประสบปัญหาทางการเงินสืบเนื่องมาจากโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถทุ่มเงินซื้อนักเตะราคาสูงได้เหมือนเคย ทำให้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะไม่มีการซื้อ-ขาย โยกย้ายทีมที่หวือหวาฮือฮา

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีการแข่งขันนัดสำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย นั่นก็คือ “ศึกแดงเดือด” การดวลแข้งระหว่างหงส์แดง-ลิเวอร์พูล กับปีศาจแดง-แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งจะลงสนามแข่งขันกันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 18 กันในวันที่ 17 มกราคมนี้ โดยลิเวอร์พูล ซึ่งอยู่อันดับ 2 เป็นทีมเหย้าเปิดสนามแอนฟิลด์ต้อนรับแมนฯยูไนเต็ด จ่าฝูง

ศึกแดงเดือดครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นการแข่งในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ และเป็นการแข่งในจังหวะเวลาที่ทั้งสองทีมกำลังขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกกันอยู่ ด้วยคะแนนที่ห่างกัน 3 คะแนนเท่านั้น ผลการแข่งขันนัดนี้จึงสำคัญมาก

ก่อนจะได้ชมการแข่งขันในอีกไม่กี่ชั่วโมง “ประชาชาติธุรกิจ” ขอชวนอ่าน 10 ข้อที่น่ารู้เกี่ยวกับศึกการแข่งขันระหว่างหงส์แดงและปีศาจแดงที่แฟนบอลทั่วโลกรอคอย

1.อังกฤษมีทีมฟุตบอลเก่ง ๆ มากมายห้ำหั่นแย่งแชมป์กัน น่าสงสัยมั้ยว่าทำไมสองทีมนี้ถึงเลือกกันและกันเป็นศัตรูคู่อาฆาต ที่จริงแล้วสาเหตุมันเป็นเรื่องความแค้นระหว่างคนสองเมืองตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม  ก่อนที่สองสโมสรนี้จะก่อตั้งซะอีก

เรื่องมีอยู่ว่า เมืองแมนเชสเตอร์ซึ่งเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมฝ้ายจำเป็นต้องขนสินค้าไปขายผ่านท่าเรือที่เมืองลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก สองเมืองพึ่งพาอาศัยกันอย่างนั้นมานาน จนถึงจุดที่ชาวเมืองแมนเชสเตอร์รู้สึกไม่พอใจที่โดนชาวเมืองลิเวอร์พูลเหยียดว่าแมนเชสเตอร์เป็นเมืองของชนชั้นแรงงานที่ต่ำต้อย บวกกับไม่อยากเสียค่าธรรมเนียมแพง ๆ ให้เมืองลิเวอร์พูลอีกต่อไปแล้ว เมืองแมนเชสเตอร์จึงขุดคลองจากทะเลเชื่อมเข้าไปยังเมืองของตัวเองซะเลย เพื่อจะได้ขนสินค้าไปค้าขายส่งมอบให้ลูกค้าได้โดยไม่ต้องอาศัยท่าเรือของเมืองลิเวอร์พูล เมืองลิเวอร์พูลขาดรายได้มหาศาลที่เคยเก็บค่าธรรมเนียมจากเมืองแมนเชสเตอร์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองลิเวอร์พูลอย่างมาก ความแค้นของคนระหว่างเมืองจึงเริ่มต้นขึ้น

2.ปี ค.ศ. 1878 สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตอนแรกใช้ชื่อ นิวตันฮีต) ถูกก่อตั้งขึ้น และต่อมา ค.ศ. 1892 สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งขึ้น โดยแยกตัวออกมาจากสโมสรเอฟเวอร์ตันที่เป็นสโมสรฟุตบอลประจำเมืองลิเวอร์พูลมาก่อน

ในปี 1894 สโมสรลิเวอร์พูลได้สิทธิ์เตะทดสอบเพื่อเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นดิวิชั่น 1 โดยคู่แข่งคือนิวตัน ฮีต ที่เป็นทีมท้ายตารางดิวิชั่น 1 ในตอนนั้น ซึ่งลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายชนะ 2-0 นัดนับเป็นศึกแดงเดือดครั้งแรก แต่ตอนนั้นคงยังไม่มีคำว่าแดงเดือด เพราะสีประจำสดมสรนิวตันฮีตยังไม่ใช่สีแดง

3.ถึงแม้จะเกลียดจะแค้นกันขนาดไหนก็ตาม แต่คำว่า “น้ำใจนักกีฬา” มีอยู่จริง หลังโศกนาฏกรรมมิวนิคเมื่อปี 1958 ที่เครื่องบินของแมนฯยูไนเต็ด เกิดอุบัติเหตุ ทำให้นักเตะทั้งตัวจริง ตัวสำรอง และบุคลากรในทีมเสียชีวิตไปรวม 23 คน ตอนนั้นแมนฯยูไนเต็ดอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก มีนักเตะไม่พอสำหรับการแข่งขัน สโมสรลิเวอร์พูลจึงให้แมนฯยูไนเต็ดยืมตัวนักเตะจำนวน 5 คน ถือเป็นเหตุการณ์น่าประทับใจมากครั้งหนึ่ง

เมื่อเวลาผ่านมานานจากจุดเริ่มต้นความบาดหมาง บวกกับน้ำใจของสโมสรลิเวอร์พูลในตอนนั้น น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนให้ความโกรธแค้นลดน้อยลงบ้างหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ

4.นับตั้งแต่ปี 1894 ที่เจอกันครั้งแรกมาถึงปัจจุบัน ลิเวอร์พูลกับแมนฯ ยูไนเต็ดเคยแข่งขันกันในทุกรายการรวมทั้งหมด 232 ครั้ง ผลการแข่งขัน แมนฯยูไนเต็ดชนะ 88 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 77 ครั้ง และเสมอ 67 ครั้ง

5.การเจอกัน 10 ครั้งล่าสุด (ในช่วงปี 2016-2020) จบลงด้วยผลเสมอ 6 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 3 ครั้ง และแมนฯยูไนเต็ดชนะ 1 ครั้ง

6.ครั้งล่าสุดที่แมนฯยูไนเต็ดชนะลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2016 ซึ่งเป็นการชนะในบ้านของลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ 1-0

7.ในเดือนนี้จะมีศึกแดงเดือด 2 นัดเกิดขึ้นในสัปดาห์ติดกัน หลังจากเจอกันในรายการพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 มกราคมแล้ว สองทีมนี้จะดวลกันอีกครั้งในศึกบอลถ้วยเอฟเอคัพ ในคืนวันที่ 24 มกราคม ซึ่งจะแข่งที่โอลด์แทรฟฟอร์ด สนามเหย้าของแมนฯยูไนเต็ด

ทั้งนี้สถิติการเจอกันในเอฟเอคัพ คู่นี้เคยเจอกันมาแล้วทั้งหมด 17 ครั้ง ผลการแข่งขัน แมนฯยูไนเต็ดชนะ 9 ครั้ง ลิเวอร์พูลชนะ 4 ครั้ง และเสมอ 4 ครั้ง

8.เกมนี้แม้ลิเวอร์พูลเป็นเจ้าบ้าน แต่การแข่งขันในยุคโควิดที่ไม่มีคนดูในสนาม ความเป็นทีมเหย้า-ทีมเยือนจึงไม่สำคัญเท่าไหร่ เพราะไม่มีเสียงกองเชียร์ที่สร้างความหวาดหวั่นให้นักเตะทีมเยือน ทีมเหย้าจึงแทบจะไม่ได้เปรียบเทียบเยือน อีกทั้งแมนฯยูไนเต็ดยังเป็นทีมที่ทำผลงานในเกมเยือนได้ดีด้วย ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ยังไม่แพ้นอกบ้านเลยสักนัด แต่กลับแพ้ในบ้านไป 3 นัด

9.มาร์ก ลอว์เรนสัน นักวิเคราะห์ของ BBC Sport ซึ่งเป็นอดีตนักเตะลิเวอร์พูล วิเคราะห์ว่าผลการแข่งขันในวันที่ 17 มกราคมนี้จะออกมาเสมอ 1-1 ขณะที่ไมเคิล โอเว่น อดีตนักเตะของทั้งสองทีมวิเคราะห์ว่าจะเสมอ 0-0 ซึ่งถ้าผลออกมาเสมอจริง ก็จะทำให้แมนฯยูไนเต็ดได้ครองตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

10.สยามกีฬา สื่อดังบ้านเราวิเคราะห์ว่า แมนฯยูไนเต็ดมีโอกาสชนะมากกว่า ด้วย 4 เหตุผลคือ ลิเวอร์พูลมีเกมรับที่เปราะบาง, ลิเวอร์พูลขาดความคงเส้นคงวา, แมนฯยูไนเต็ดเป็นตัวพ่อทีมเยือน และแมนฯยูไนเต็ดอยู่ในสถานการณ์ที่ดี-นักเตะกำลังฮึกเฮิม

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: 10 ข้อน่ารู้ก่อนศึกแดงเดือด ลิเวอร์พูล vs แมนฯยูฯ ดวลแข้งแย่งจ่าฝูง

ข่าวกีฬาประชาชาติธุรกิจ : www.prachachat.net

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *