มาราโดน่า กับบทบาทกุนซือ อีกมุมของตำนานที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง ความสูญเสียในวงการลูกหนังครั
อ่านข่าวต้นฉบับ: มาราโดน่า กับบทบาทกุนซือ อีกมุมของตำนานที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

ความสูญเสียในวงการลูกหนังครั้งล่าสุดของปี 2020 แฟนบอลไม่คาดฝันเลยว่าจะต้องอำลา ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานลูกหนังอาร์เจนไตน์อย่างกะทันหัน ช่วงที่ยังอยู่ในอาการชะงักและพบกับความลำบากในการบรรยายความรู้สึกต่อเหตุการณ์นี้ สิ่งที่พรั่งพรูออกมามากมายคือ ความทรงจำเกี่ยวกับนักเตะซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลอีกรายของวงการลูกหนัง

ตลอดอาชีพในวงการกีฬา มาราโดน่าฝากความทรงจำในหลากหลายแง่มุม ทั้งเรื่องที่เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนรุ่นหลัง และเรื่องที่เป็นบทเรียนในเชิง “อุทาหรณ์สอนใจ” ก็มีไม่น้อย ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ในบทบาทนักฟุตบอลกับอาร์เจนตินา กับสโมสรในอิตาลีหรือแม้แต่บางช่วงในสเปน ไปจนถึงในฟุตบอลโลก ล้วนตราตรึงในความทรงจำ อีกหนึ่งบทบาทที่แฟนบอลน่าจะยังจำได้ แต่ไม่ค่อยได้พูดถึงมากนัก นั่นคือบทบาทการเป็น “กุนซือ”

เส้นทางของนักฟุตบอลส่วนใหญ่ เมื่อยุติสถานะนักฟุตบอลก็มักผันตัวมาสู่บทบาทโค้ช ผู้จัดการทีม หรืองานเบื้องหลังอื่น ๆ

เมื่อพูดถึงบทบาทกุนซือหรือในแง่ผู้จัดการทีมของมาราโดน่า ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดย่อมเป็นการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาลุยฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้

JAVIER SORIANO / AFP

งานนี้ไม่ใช่งานสายบริหารจัดการทีมครั้งแรกของมาราโดน่าเสียทีเดียว ช่วงที่เขารับโทษแบน 15 เดือนจากการใช้สารเสพติดเมื่อปี 1994 มาราโดน่าทำงานในเชิงทำทีมกับสโมสรเดปอร์ติโว มันดิยู (Deportivo Mandiyu) แต่ด้วยข้อติดขัดเรื่องรายละเอียดแง่คุณสมบัติบางประการ มาราโดน่าต้องนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ก่อนใน 3 เกมแรก

มาราโดน่าทำงานกับทีมมันดิยู เป็นเวลาสั้น ๆ เพียง 12 เกม ชนะแค่เกมเดียว ถึงจะมีสถิติไม่น่าดู แต่ยังมีผลงานที่แฟนบอลยังจดจำจนถึงวันนี้คือเกมเสมอกับริเวอร์เพลต ทีมดังของประเทศ 2-2 งานต่อมาคือการคุมทีม ราซิ่ง คลับ (Racing Club) สโมสรเก่าแก่อีกแห่งในอาร์เจนตินา และเป็นเช่นเดียวกันกับครั้งก่อนหน้านี้ มาราโดน่าคุมทีมระยะสั้นราว 4 เดือน ความทรงจำครั้งนี้อาจไม่ใช่สถิติการคุมทีม กลับเป็นภาพวีรกรรมที่เขาชูนิ้วกลางขึ้นทั้งสองมือระหว่างเกม (ภาพมาราโดน่าชูนิ้วกลางยังเกิดขึ้นอีกขณะเขาเข้าชมฟุตบอลโลก 2018)

หลังจบงานกับราซิ่ง คลับ ตำนานแข้งทีมฟ้า-ขาวสลับบทบาทกลับมาเป็นนักเตะอีกครั้ง และอำลาสนามไปเมื่อปี 1997 หลังจากนั้นก็มารับตำแหน่งบอร์ดของโบคา จูเนียร์ ทีมเก่าในบ้านเกิดในปี 2005 จนกระทั่งกุนซือของโบคา จูเนียร์ ซึ่งมาราโดน่าร่วมตัดสินใจจ้างมาได้ย้ายไปทำงานกับทีมชาติอาร์เจนตินา มาราโดน่าดูจะไม่พอใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงเดินออกจากสโมสร

เมื่อกุนซือที่มาราโดน่าเลือกให้มาทำงานกับโบคา จูเนียร์พ้นจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ครั้งนี้มาราโดน่าเข้ามาทำงานแทนในปี 2008 เป็นข่าวฮือฮาในช่วงนั้นเลยทีเดียว และถือเป็นบทบาทกุนซือในงานระดับชาติแบบเต็มตัวครั้งแรกและครั้งเดียวของเขา

มาราโดน่ากับบทบาทกุนซือทีมชาติเป็นไปด้วยดีในช่วงแรก เขาพาทีมชนะ 3 นัดรวดก่อนมาเริ่มวิกฤตแพ้ยับเยินให้โบลิเวีย 1-6 ทาบสถิติสกอร์ย่ำแย่ของทีมชาติ แต่ท้ายที่สุด อาร์เจนตินายังผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ซึ่งถือเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความทรงจำสำหรับบทบาทกุนซือของตำนานนักเตะรายนี้

ไม่มีครั้งไหนที่ฟุตบอลโลกมีกุนซือระดับตำนานนักเตะผู้ฮึกเหิมรายนี้มาสร้างสีสันได้เสมอเหมือนกับปี 2010 เขาไม่เพียงเป็นสีสันในสนาม สำหรับสื่อ มาราโดน่าเป็นแหล่งข่าวที่ถูกสื่อและนักเขียนหยิบมาเล่าเรื่องเป็นอันดับต้น ๆ เขาเป็นคนทุ่มเทกับงาน

แม้จะเอารมณ์ร้อนในบางเวลา ซึ่งบางครั้งก็ทำให้คนจดจำเขาในเชิงลบไปด้วย ในอีกด้าน มาราโดน่ามักแสดงออกถึงความรักครอบครัว หนึ่งในเรื่องนอกสนามที่แสดงให้เห็นถึง “ความเป็นมนุษย์” อันมีหลากหลายแง่มุม ยากจะหาคนที่สมบูรณ์แบบไปเสียทั้งหมด

ROBERTO SCHMIDT / AFP

มาราโดน่าถูกตั้งคำถามเรื่องแนวทางทำทีมตั้งแต่แรกรอบคัดเลือกที่เขาเรียกนักเตะมาใช้งานทีมชาติหลากหลายแทบจะไม่ซ้ำหน้ากัน แต่เมื่อถึงทัวร์นาเมนต์ของจริง มาราโดน่าแสดงให้เห็นว่าทีมของเขาเล่นได้เป็นหนึ่งเดียว ชนะ 4 นัดรวด โดยเอาชนะเม็กซิโก อีกหนึ่งทีมที่ถูกจับตาในทัวร์นาเมนต์ได้ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ผลงานในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับเยอรมนี อาร์เจนตินาไม่สามารถเอาชนะทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบการเล่นได้ ทีมฟ้า-ขาวยุคมาราโดน่าจึงโดนเล่นงานจนแพ้ยับเยิน 0-4 หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็โบกมือลาจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติไป

ในช่วงท้ายเส้นทางกุนซือ มาราโดน่ายังมีสถานะคุมทีมกิมเนเซียในบ้านเกิด น่าเสียดายที่ปัญหาสุขภาพในช่วงหลังส่งผลต่อเส้นทางการทำงาน

บทบาททำงานคุมทีมของมาราโดน่าอาจไม่ได้รุ่งโรจน์หากไปเทียบกับผลงานในสนาม

แต่การทำงานของมาราโดน่าเพียงพอที่จะบอกว่า เขาคือนักฟุตบอลที่หลงรักและทุ่มเทชีวิตให้กับกีฬาฟุตบอลแค่ไหน และฟุตบอลก็มอบทุกอย่างให้กับมาราโดน่า จนเขาเป็นตำนานตลอดกาลของโลกลูกหนังที่ไม่มีใครลืมเลือนทุกช่วงเวลาที่เขาทำกิจกรรมอะไรก็ตามเกี่ยวกับฟุตบอลตลอดไป

 

อ่านข่าวต้นฉบับ: มาราโดน่า กับบทบาทกุนซือ อีกมุมของตำนานที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง

ข่าวกีฬาประชาชาติธุรกิจ : www.prachachat.net

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *